ประวัติ ลิโอเนล เมสซี่ นักเตะเบอร์ 1ของโลก

นักเตะที่กำลังเป็นกระแส นักเตะที่เก่งที่สุดในโลก หรือนักเตะที่มีความสามารถเฉพาะตัวมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นลิโอเนล เมสซี่ นักเตะเบอร์ 1ของโลก วันนี้เราจะขุดคุ้ยประวัตินักเตะที่มีฉายา “มนุษย์ต่างดาว” ชื่อจริง ลิโอเนล อันเดรส เมสซิ กูซิตินิ (ภาษาสเปน Lionel Andrés Messi Cuccittini) เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2530 ซึ่งเป็นนักฟุตบอลของประเทศอาร์เจนติน่าโดยในปัจจุบันเล่นอยู่ในตำแหน่งกองหน้าให้กับสโมสรบาร์เซโลนา และยังถือ 2 สัญชาติให้กับ อาร์เจนติน่า และสเปน ซึ่งเมสซี่ยังกลายเป็นนักเตะยุโรปที่หาผู้เทียบฝีเท้าไม่ได้เลยในปัจจุบัน และยังกลายเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกในขณะนี้

เมสซี่ยังได้รับการเสนอชื่อให้มีการเข้าชิงรางวัลมากมาย รวมไปถึงรายการนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี 4 ปีติดต่อกัน และเขายังได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโลกตั้งแต่มีอายุ 21 ปี และได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของทวีปยุโรปในปี 2009 สไตส์การเล่นของเมสซี่และความสามารถที่โดดเด่น มักจะถูกเปรียบเทียบกับนักเตะในตำนานอย่าง “มาราโดนา” ซึ่งมักจะพูดถึงว่าเมสซี่ว่าเป็นผู้สืบทอดตัวเขาเองอีกด้วย

Messi

เมสซี่เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุยังน้อย จนสโมสรบาร์เซโลนามองเห็นแววจึงรีบดึงให้เข้ามาฝึกซ้อมในสโมสรสำรองอย่าง สโมสรกีฬานิวเวลส์โอลด์บอยส์ ซึ่งเป็นสโมสรเยาวชนของบาร์ซ่าเอง จากนั้นครอบครัวของนักเตะต่างดาวได้ทำการย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ยโรป โดยบาร์ซ่าได้นำเสนอการรักษาโรคภาวะขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโตให้กับเมสซี่ เปิดตัวครั้งแรกในฤดูกาล 2004-2005 โดยเขายังได้ทำลายสถิติเป็นผู้เล่นที่มีอายุน้อยที่สุด และสามารถทำประตูในลีกได้อย่างต่อเนื่อง เกียติประวัติแรกที่ได้จากการลงสนามให้กับสโมสรคือ เอาชนะการแข่งขัน ลาลีกา ครั้งที่ 2 และรายการแชมเปียนส์ลีกใรปี 2006 ส่วนฤดูกาลแจ้งเกิดจริงๆของตัวเขาเองคือ 2006-2007 เขาได้กลายเป็นผู้เล่นชุดใหญ่อย่างเต็มตัว โดยสามารถยิง 3 ประตูในเอลกลาซิโก หลังจากจบฤดูกาลเขาทำประตูไปทั้งสิ้น 14 ประตู ในระหว่างการแข่ง 26 เกมส์จากนั้นเขาประสบความสำเร็จกับชุดใหญ่เมื่อปี 2008-2009 โดยยิงประตูไปทั้งสิ้น 38 ประตูซึ่งเป็นส่วนสำคัญช่วยพาทีมชนะติดต่อกันใน 3 เกมส์ จากนั้นสถิติที่เขาได้ทำมันกลายเป็นอดีต และถูกทำลายด้วยตัวของเขาเอง โดยยิงประตูไปทั้งหมด 47 ประตูในการแข่งขันทุกแมต ซึ่งได้เทียบเท่ากับสถิติของ R9 ที่เคยทำไว้ให้กับสโมสรบาร์ซ่า แต่เขาก็ยังคงทำลายสถิติที่ R9 ได้สร้างไว้ในฤดูกาลถัดมาโดยทำประตูไปทั้งสิ้น 53 ประตูในทุกการแข่งขัน จากนั้นสถิติใหม่ได้เกิดอีกครั้งภายใต้การยิงของเขาอีกคือ 82 ประตูในฤดูกาล 2012 และยังสามารถทำลายสถิติของ เกิร์ด มึลเลอร์ ผู้ที่ยิงประตูสูงสุดทั้งสิ้น 95 ประตูใน 1 ปี ตั้งแต่ปี 1972 ซึ่งเมสซี่เองยิงไปทั้งสิ้น 91 ประตูภายใน 1 ปี

wold messi

เมสซี่ยังเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่พาทีมชนะเลิศในลีกสเปนถึง 8 ครั้ง แชมเปียนส์ลีก 4 ครั้ง โดยสามารถยิงประตูได้ถึง 2 ประตูในนัดชิงชนะเลิศกับทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในปี 2009 และ 2011 ยังได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำนัดในปี 2011 อีกด้วย เมสซี่ยังมีส่วนสำคัญกับทุกการยิงประตูในนัดชิงในปี 2015 กับยูเวนตุส สโมสรชื่อดังจากประเทศอิตาลี และพลาดโอกาสลงสนามให้กับทีมในการพบกับทีมอาร์เซนอลใรปี 2006 เพราะมีอาการเจ็บที่ต้นขา แต่ก็ยังได้รับเหรียญทองในฐานะผู้ชนะในการแข่งขัน หลังจากยิง 12 ประตูในนัดแชมเปียนส์ลีกในฤดูกาล 2010-2011 ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ยิงได้สูงสุดใน 1 ฤดูกาลซึ่งเทียบเท่ากับ รุด ฟัน นิสเติลโรย และยิงประตูรวมสูงสุดในรายการแชมเปียนส์ลีกได้อันดับที่ 3 รองจาก เกร์ด มึลเลอร์ และ ฌ็อง-ปีแยร์ ปาเเป็ง และเมสซี่ยังทำลายสถิติยิงสูงสุดใน 1 ฤดูกาล

เมสซีพาทีมชาติอาร์เจนตินาชุดเยาวชน U20 ชนะเลิศฟุตบอลโลกเยาวชนโลก หรือการแข่งยูทแชมเปียนส์ชิพปี 2015โดยยิงไปทั้งสิ้น 6 ประตู และอีก 2 ประตูในรอบชิงชนะเลิศ ได้รับรางวัลโกเดนบอล หรือผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำรายการ จากนั้นเขาก็กลายเป็นส่วนใหญ่กับทีมชาติชุดใหญ่ในปี 2006 และยังได้เป็นนักฟุตบอลคนแรกที่มีอายุน้อยที่สุดในทีมชาติอาร์เจนตินาที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกอีกด้วย และได้ตำแหน่งรองชนะเลิศในการแข่งโคปาอเมริกาในปีถัดมา และในปี 2008 ที่กรุงปักกิ่งเมสซี่ได้รับเหรียญทองในการแข่งโอลิมปิกฤดูร้อนในนามของการเล่นทีมชาติอาเจนตินา และเขายังพาทีมชาติอาเจนตินาเข้ารอบชิงชนะเลิศโตปาอเมริกา ซึ่งเจอกับทีมชาติชิลี แต่ในเวลาซึ่งผลออกมาเสมอกัน และช่วงต่อเวลาดวลจุดโทษแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย ทั้ง 2 รายการเมสซีได้รับรางวัลเป็นนักเตะยอดเยี่ยมทั้ง 2 รายการ